|

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดต่อที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ยุงลายจะได้รับเชื้อไวรัสจาก เด็กที่ป่วยเป็นโรคไข้เลือดออกและแพร่ไปสู่เด็กคนอื่น ๆ เด็กที่ได้รับเชื้อส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีอายุ ต่ำกว่า 15 ปี และจะระบาดทุกปีในช่วงฤดูฝน หรือช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน ในแต่ ะปีมีผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเป็นจำนวนมาก ยุงลาย จะออกหากินในตอนกลางวันมักหลบซ่อนตัวในที่มืด อาศัยและวางไข่ทั่วไปในชุมชน แหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายจะอยู่ตามโอ่งน้ำ ภาชนะกักเก็บน้ำในห้องน้ำ จานรองกระถางต้นไม้ ยาง รถยนต์เก่า กระป๋อง กะลา เป็นต้น
รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคไข้เลือดออก
ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก จะมีไข้สูงลอยอยู่ประมาณ 2-7 วัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ส่วนใหญ่ จะมีอาการหน้าแดง มีจุดแดง ๆ ตามลำตัว แขน ขา บางรายมีอาการคลื่นไส้ อาเจียร และเบื่ออาหารในรายที่มีอาการรุนแรง จะกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น ผู้ป่วยที่มีภาวะช๊อคส่วน ใหญ่จะพูดคุยรู้เรื่อง ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษา อาจเสียชีวิตภายใน 12-24 ชั่วโมงหลังเริ่มมีภาวะช๊อค
เมื่อเป็นโรคไข้เลือดออก

- ถ้าผู้ป่วยมีไข้สูง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดไข้
- หากจำเป็นต้องใช้ยาลดไข้ควรใช้ยาพาราเซตามอล ห้ามใช้แอสไพริน เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย
- หากมีอาการอ่อนเพลียให้ดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำตาลเกลือแร่บ่อย ๆ
- ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้นควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที
ป้องกันได้ โรคไข้เลือดออก
1. ต้องระวังอย่าให้ยุงกัดในตอนกลางวันซึ่งป้องกันได้ด้วยการนอนในมุ้ง
2. ช่วยกันกำจัดลูกน้ำ และลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย โดย
- ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด
- หมั่นตรวจดูแจกันและเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์
- ใส่ปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง ในภาชนะเก็บน้ำที่ปิดฝาไม่ได้
- เก็บทำลายภาชนะที่มีน้ำขังหรือไม่ใช้แล้ว เช่น ฝังหรือเผา
- คว่ำภาชนะที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เพื่อป้องกันไม่ให้มีน้ำขัง์
- ใส่เกลือ น้ำส้มสายชู หรือผงซักฟอกลงในน้ำจานรองตู้กับข้าว เพื่อป้องกันไม่ให้ ยุงมาวางไข่
โรคไข้เลือดออก เกิดขึ้นได้อย่างไร ?
โรคไข้เลือออก เป็นโรคติดต่อที่เกิดจาก "เจ้ายุงลาย" บินไปกัดเด็กที่ป่วยเป็นไข้เลือด ออกแล้วนำเชื้อ "ไวรัส" มาแพร่ให้กับเด็กคนอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 15 ปี โรคนี้ ระบาด ในฤดูฝน ช่วงเดือน พฤษภาคมถึงเดือนกันยายน.... เจ้ายุงลายเกเรพวกนี้... ชอบออกหากินในเวลา กลางวัน ตามบ้านเรือนและโรงเรียน พวกมันชอบวางไข่ตามภาชนะที่มีน้ำขังซึ่งอยู่ในบริเวณบ้าน และโรงเรียนอาทิเช่น โอ่งน้ำ ภาชนะกักเก็บน้ำในห้องน้ำ แจกัน จานรองขาตู้กับข้าว ของใช้อื่น ๆ ที่ถูกทิ้งไว้และมีน้ำขัง เช่น ยางรถยนต์ กระป๋อง กะลา ฯลฯ"ยุงลายเกเร" ไม่ชอบวางไข่ในท่อระบายน้ำ ห้วยหนอง คอง บึง ที่มีน้ำไหลตลอดเวลา
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าหนูเป็นไข้เลือดออกแล้ว ?
น้อง ๆ หนู ๆ ที่เป็นโรคไข้เลือดออกจะเริ่มด้วยมี อาการไข้สูง เฉียบพลัน ถึง 38-40 องศาเซลเซียสอยู่ 2-7 วัน หน้าแดง เบื่ออาหารและมีอาการซึม น้อง ๆ บางราย จะมี จุดเลือดสีแดง ๆ ขึ้นตามลำตัว แขน ขา ของหนู หนูอาจจะมีอาการปวดเหมื่อยตามตัวและหลังหรือปวดหัวพร้อม ๆ กันกับมีไข้ขึ้นสูง น้องบางรายอาจมีอาการ อาเจียนเป็นเลือด หรือ อุจจาระเป็นสีดำ หรือบางรายอาจมีอาการ ช๊อค...ซึม ตัวเย็น จนถึงอาการหนักมาก ไม่รู้สึกตัวหมดสติ และถึงกับเสียชีวิตได้
จะทำอย่างไรถ้ารู้ว่าเป็นโรคไข้เลือดออก
เมื่อเริ่มเป็นโรคไข้เลือดออก ถ้าน้อง ๆ มีอาการไข้สูง ต้องใช้ ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดไข้ หากจำเป็นควรใช้ยาลดไข้ พาราเซตามอล ห้ามใช้ยาจำพวก แอสไพริน เพราะจะทำให้ เลือดออกง่ายขึ้น ถ้าหนู ... มีอาการเพลียให้ ดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำเกลือแร่ บ่อย ๆ หากอาการไม่ดีขึ้น ให้ผู้ปกครองรีบพาหนู ไปหาคุณหมอ โดยด่วน
วิธีป้องกัน......ไข้เลือดออก

ต้องระวัง อย่าให้ยุงกัด ในตอนกลางวัน ซึ่งป้องกันได้ด้วยการนอนในมุ้ง
- ช่วยกัน กำจัดลูกน้ำ และลดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
- ใส่ปลากินลูกน้ำ เช่น ปลาหางนกยูง ในภาชนะเก็บน้ำที่ปิดฝาไม่ได้
- หมั่นตรวจดูแจกันไม่ให้มีลูกน้ำ
- ต้องปิดฝาตุ่มน้ำให้มิดชิด สำหรับตุ่มที่ไม่ต้องเปิดบ่อย ควรปิด 2 ชั้น ด้วยตาข่ายผ้าหรือไนล่อน
- เก็บทำลายภาชนะที่มีน้ำขัง หรือ ไม่ใช้ประโยชน์แล้ว เช่น ฝังหรือเผา
- น้อง ๆ ต้องพยายาม อย่าอยู่ในที่มืด หรือที่อับชื้นเพราะจะทำให้หนูถูกยุงกัดและ เป็นโรคไข้เลือดออกได้
สินค้าที่ช่วยป้องกันไข้เลือดออก
|