|
ตรุษจีนปีนี้ ตรงกับนักษัตรมะเส็ง หรือปีงูเล็ก วันอาทิตย์ 10 กุมภาพันธ์ 2556 ไหว้ทำบุญปีใหม่ ตามปฏิทินจีนเรามาดูกันว่า วันไหนไหว้อะไร และต้องทำอะไรบ้าง กับ อาจารย์วิศิษฐ์ เตชะเกษม ผู้ศึกษาค้นคว้าวัฒนธรรมจีนชื่อดังของเมืองไทย ไปดูกันเลย
.png)
วันศุกร์ 8 กุมภาพันธ์ 2556 วันจ่าย
ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนจะซื้อของไหว้ที่สำคัญต่าง ๆ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นอีกวันหนึ่งที่เงินสะพัดมาก และสถานที่ยอดฮิตที่ไปซื้อของนั้นก็คือ ย่าน เยาวราช นั่นเอง มีตั้งแต่ผลไม้ อาหารคาวหวาน เนื้อสัตว์ต่าง ๆ อาหารทะเล รวมไปถึงของเซ่นไหว้อื่น ๆ อย่างกระดาษเงินกระดาษทองด้วย
วันเสาร์ 9 กุมภาพันธ์ 2556
จีนเป็นวันไหว้บรรพบุรุษ และวิญญาณไร้ญาติ สัมภเวสี โดยถือเป็นการทำบุญทำทานส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ในวันรุ่งขึ้น จะแบ่งเป็นช่วงเช้าไหว้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ของไหว้จะมีตั้งแต่ชา กาแฟ สุรา และอาหารที่ทำขึ้น มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง และเสื้อผ้าที่ทำเป็นกระดาษ ส่งไปให้ด้วย เชื่อว่า จะได้มีเสื้อผ้าใหม่ ๆ ใส่ และมีเงินใช้ในภพนั้นด้วย
ต่อมาเป็นช่วยบ่าย จะไหว้วิญญาณไร้ญาติและสัมภเวสีต่าง ๆ เป็นการทำบุญอย่างหนึ่ง โดยของไหว้ ก็จะมีคล้าย ๆ กับไหว้บรรพบุรุษ แต่จะมีการจุดประทัดเพื่อเรียกให้มากิน และเมื่อกินเสร็จแล้วก็จะมีการสาดข้าวสารผสมเกลือรอบ ๆ บ้าน เพื่อบอกว่าของกินหมดแล้ว ให้ไปได้แล้วนั่นเอง
วันอาทิตย์ 10 กุมภาพันธ์ 2556
จีน ถือเป็นวันถือ เป็นวันเทศกาลแรกของปี เป็นวันตรุษจีน จะไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ไฉซิ้งเอี๊ย เพื่อความเป็นสิริมงคล ร่ำรวยเงินทองตลอดปีใหม่ การไหว้เทพเจ้าในวันนี้ มักจะไว้กันตอนกลางคืนหลังจากเริ่มต้นเข้าปีใหม่ ซึ่งเป็นเวลาที่เทพเจ้า ไฉซิ้งเอี๊ย จะเสด็จมาบนโลกมนุษย์ นอกจากนี้แล้ว วันนี้จะเป็นวันที่ลูกหลานได้กราบไหว้ บิดามารดา ปู่ย่าตายาย ผู้มีพระคุณ เพื่อแสดงความกตัญญูและแสดงความนอบน้อม หลายครอบครัวเลือกใช้วันนี้เป็นวันครอบครัวอีกด้วย
ส่วน ของไหว้ สำคัญที่ขาดไม่ได้ ในการไหว้เจ้าใน เทศกาล ตรุษจีน มีดังนี้

1.ส้มสีทอง หมายถึง ความสวัสดีมหามงคล และในคติของชาวจีนแต้จิ๋วจะต้องใช้ ส้มสีทอง 4 ลูก ในการไหว้เจ้า
2.กล้วย หมายถึง การกวักโชคลาภ ขอให้ลูกหลานเต็มบ้านเต็มเมือง
3.แอปเปิล หมายถึง สันติสุข สันติภาพ
4.องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน
5.สาลี่ หมายถึง การมาถึงของโชคลาภ
6.ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศ ขุนนาง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
7.เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธ์ สะอาด ความสามารถอันหลากหลาย
8.ปลา,ปลาหมึก หมายถึง การเหลือกินเหลือใช้ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์
นอกจากนี้ยังมีของไหว้อื่น ๆ อย่าง ขนมเข่ง,ขนมเทียน ที่หมายถึง ความหวานชื่น ชีวิตมีความราบรื่น รูปลักษณ์มีความหมายเหมือนชะลอมที่เก็บของ เมื่อรวมกับความหวานชื่น หมายถึง ความหวานชื่นอันสมบูรณ์ ขนมถ้วยฟู,ขนมสาลี่ หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเฟื่องฟู จันอับ หรือ จั๋งอั๊บ ซึ่งหมายถึงปิ่นโต มีความหมายว่า ความหวานที่เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป
อั่งเปา และ แต๊ะเอีย

โดยคำว่า "อั่งเปา" ในภาษาจีนแต้จิ๋ว หมายถึง ซองสีแดง คำว่า อั่ง แปลว่า แดง ส่วนเปา แปลว่า ซอง หรือ กระเป๋า (ภาษาจีนกลางจะเรียกซองแดงว่า "หงเปา") ซึ่งสีแดงถือเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นมงคล ความมีชีวิตชีวา และความโชคดีของชาวจีนอยู่แล้ว ดังนั้น ชาวจีนมักจะใส่เงิน หรือธนบัตรลงในซองแดง เพื่อนำมามอบให้คนรู้จัก หรืออาจจะแลกเปลี่ยนกันเองในหมู่ญาติพี่น้องก็ได้ โดยปกติแล้ว ชาวจีนจะนิยมมอบ "อั่งเปา" ให้ในวันตรุษจีน วันแต่งงาน หรือในโอกาสเปิดกิจการใหม่ เพื่อเป็นการอวยพร
มาดู "แต๊ะเอีย" กันบ้าง เป็นภาษาจีนแต้จิ๋วเช่นกัน โดย "แต๊ะ" แปลว่า ทับ หรือ กด ส่วน "เอีย" แปลว่า เอว เมื่อรวมกัน "แต๊ะเอีย" ก็หมายถึง "ของที่มากดหรือทับเอว" หรือ "ผูกไว้ที่เอว" คำนี้มีที่มาจากคนจีนสมัยก่อนจะใช้เงินเหรียญที่มีรูอยู่ตรงกลาง หากจะพกไปไหนก็ต้องร้อยเหรียญเป็นพวงมาผูกไว้ที่เอว และในเทศกาลตรุษจีน ผู้ให้ก็จะนำเชือกสีแดงมาร้อยเหรียญไว้ แล้วมอบให้ผู้รับ ทีนี้ผู้รับก็จะนำพวงเหรียญนี้มาผูกไว้ที่เอว เรียกว่า "แต๊ะเอีย" นั่นเอง ส่วนในปัจจุบันไม่มีการใช้เงินเหรียญที่มีรูตรงกลางแล้ว "แต๊ะเอีย" จึงมีความหมายถึง "สิ่งของ" หรือ "เงิน" ที่ใส่ไว้ในซองสีแดง (ส่วนตัวซองจะเรียกว่า "อั่งเปา")
เข้าใจเรื่อง "แต๊ะเอีย" กับ "อั่งเปา" แล้วใช่มั้ยคะ แล้วรู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว "แต๊ะเอีย" ก็มีวันหมดอายุนะ เพราะเมื่อเด็ก ๆ เติบโตขึ้น มีงานทำ มีเงินเดือนเป็นของตัวเองแล้ว ทีนี้จะไม่ได้รับ "แต๊ะเอีย" แล้วล่ะค่ะ แต่จะต้องเป็นคนให้เงิน "แต๊ะเอีย" กับเด็ก ๆ ในบ้านที่มีอายุน้อยกว่าต่อไป
นอกจากนั้นแล้ว ไม่ใช่เฉพาะผู้ใหญ่ หรือเจ้านายที่จะให้ "แต๊ะเอีย" หรือ "อั่งเปา" กับเด็ก ๆ หรือลูกน้องได้เท่านั้น แต่ผู้น้อยก็ยังสามารถมอบอั่งเปาให้ผู้อาวุโสกว่าได้เช่นกัน โดยการมอบอั่งเปาให้ผู้อาวุโสกว่า หมายถึง การอวยพรให้ผู้ใหญ่มีสุขภาพดี แข็งแรง อายุยืนยาว
ส่วนการมอบอั่งเปาให้เด็ก ๆ หมายถึง การอวยพรให้เด็ก ๆ โชคดี มีโชคลาภ เจริญเติบโตแข็งแรง หรือหากผู้ใหญ่มอบอั่งเปาให้ลูกหลานที่ทำงานแล้ว ก็เป็นการอวยพรให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า มีสุขภาพแข็งแรง และหากลูก ๆ ที่ทำงานแล้ว หรือแต่งงานไปแล้วมอบอั่งเปาให้พ่อแม่ ก็เป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวที อวยพรให้พ่อแม่มีอายุยืนยาว ซึ่งการที่ลูก ๆ ให้อั่งเปาพ่อแม่ และพ่อแม่ก็ให้อั่งเปาลูก ๆ ด้วย จะต้องเป็นเงินของใครของมันเท่านั้น หากลูกให้พ่อแม่แล้ว พ่อแม่นำกลับมาให้ลูกต่ออีกที แบบนี้ไม่ได้ค่ะ

ทีนี้ หลายบ้านอาจจะสงสัยกันว่า ควรจะให้อั่งเปาเป็นเงินเท่าไหร่ดีนะ ถึงจะเป็นสิริมงคล ซึ่งโดยปกติแล้ว ผู้ให้อั่งเปามักจะนิยมใส่จำนวนเงินเป็นเลขคู่ค่ะ เพราะคนจีนถือว่าเลขคู่เป็นเลขมงคล อีกทั้งหมายถึงทวีคูณ โชคสองต่อ โชคสองชั้น แต่จะให้จำนวนเงินเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับรายได้ด้วยเหมือนกันนะ ถ้ารายได้ไม่มาก หรือให้เด็กเล็ก ๆ ก็อาจใส่ซองสัก 200 400 800 ถ้ารายได้มาก ให้ผู้ใหญ่ ก็อาจใส่จำนวนมากขึ้นตามแต่กำลังค่ะ
แต่ถ้าพูดถึงจำนวนที่คนจีนนิยมให้ "แต๊ะเอีย" เลข 8 ดูน่าจะเป็นจำนวนยอดนิยมที่สุด เพราะในภาษาจีนเลข 8 อ่านออกเสียงคล้ายกับคำที่มีความหมายว่า ความร่ำรวย ความรุ่งโรจน์ ความรุ่งเรือง หรืออาจจะให้เป็นจำนวนเลข 2 ซึ่งหมายถึงคู่ก็ได้ ขณะที่บางบ้านก็เลือกให้จำนวนเลข 4 ซึ่งเรียกว่า "ซี่สี่" หมายถึง คู่สี่ เพราะถือเป็นสิริมงคล อย่างเช่นให้แต๊ะเอีย 400 ก็จะให้เป็นธนบัตร 100 บาท จำนวน 4 ใบ หรือจะให้เป็นสองเท่า หรือสามเท่าของ "ซี่สี่" ก็ได้ เช่น ให้ 800 หรือ 1,200 บาท ก็เป็นสิริมงคลเหมือนกันค่ะ
อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคนจะเหลือเงินแต๊ะเอียที่ได้รับมาบางส่วนเก็บไว้ในซอง เพราะถือว่า เงินแต๊ะเอียคือความเป็นสิริมงคล และเป็นเงินขวัญถุง เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในวันปีใหม่นั่นเอง
เอ้า...เข้าใจเรื่อง "แต๊ะเอีย" กับ "อั่งเปา" กันแล้วนะ ยังไงตรุษจีนปีนี้ ก็ขอให้เพื่อน ๆ ได้แต๊ะเอีย ได้อั่งเปากันเต็มกระเป๋านะจ๊ะ..."ซินเจียหยู่อี้ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊"
ที่มา: hilight.kapook.com , horoscope.sanook.com
|